คํานามภาษาอังกฤษ ฉบับง่ายๆ

คำนามภาษาอังกฤษ

คํานามภาษาอังกฤษ การใช้คํานามภาษาอังกฤษ 

คํานามภาษาอังกฤษ หรือ noun นั้น หลักการใช้ไม่ค่อยจะแตกต่างกับคำนามในภาษาไทย สักเท่าไหร่ เพราะว่ามันก็ทำหน้าที่คล้ายๆกับ นั่นก็คือ การใช้เรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ การกระทำ สถานที่ ความรู้สึก ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม

และในภาษาอังกฤษ จะมี คำนามที่นับได้ และ คำนามนับไม่ได้ ด้วย

ซึ่งคำในภาษาไทยบางคำ เราอาจจะคิดว่ามันสามารถนับได้ แต่ในภาษาอังกฤษในบางที่มันก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้น ซึ่งเราจะมาเจาะลึกกันในเรื่องของ คำนาม กันอย่างละเอียดเลยว่ามีกี่ประเภท และใช้ยังไงกันบ้าง article ภาษาอังกฤษ

เรื่องนี้ผู้ที่เริ่มศึกษา เรียนภาษาอังกฤษจำเป็นมากๆ ที่จะต้องเรียนรู้เอาไว้

และที่สำคัญ เรื่องคำนาม เป็นเรื่องพื้นๆที่ออกสอบกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นสอบ TOEIC หรือ แม้แต่ ONET ก็มีออก บอกได้เลยว่าเรื่องคำนามนี้ รู้ไว้ไม่มีเสียหาย และมีแต่ได้กับได้ แน่นอน จะว่าไปก็ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษนั่นแหละครับ

หลักการใช้คำนามภาษาอังกฤษ การแบ่งประเภทคำนามในภาษาอังกฤษ สรุปคํานามภาษาอังกฤษ 

การแบ่งประเภทนั้นแบ่งได้หลายแบบ ก่อนอื่นเรามาดูการแบ่ง แบบคำนามนับได้ และคำนามนับไม่ได้ กันก่อนเลย

  1.  คำนามนับได้ (Countable Noun) คือ คำนามที่เราสามารถระบุได้ว่ามี กี่ชิ้น กี่อัน กี่ตัว กี่แห่ง ฯลฯ เช่น 3 pencils (ดินสอ 3 แท่ง) 4 Pens (ปากกา 4 ด้าม เป็นต้น)
  2. คำนามนับไม่ได้ (Uncountable Noun) คือ คำนามที่เราไม่สามารถระบุจำนวน หรือบอกว่ามีกี่ชิ้นกี่อันได้ อาทิ ของเหลวต่างๆ  เช่น นม น้ำ ไวน์ หรือ ข้าว น้ำตาล หรือของที่มีปริมาณมากๆ เช่น ผม  ฟางหญ้า เป็นต้น  จะให้เราพูดว่า ขอข้าว 2 เม็ดจ้า หรือ ขอนม 3 หยด ก็กระไรอยู่จริงมั้ยล่ะครับ ฝรั่งเลยกำหนดคำพวกนี้เป็นคำนามนับไม่ได้

ประเภทของคำนามในภาษาอังกฤษ คำนามภาษาอังกฤษมีกี่ประเภท

แบ่งตามประภทในแบบที่ 2 แบ่งได้ 7 แบบ ดังนี้

  1. Common Noun (คำนามทั่วไป) ใช้เรียกชื่อคน สัตว์ สิ่งของ การกระทำ สถานที่ ความรู้สึก โดยไม่เจาะจง มีทั้งคำนามนับได้และนับไม่ได้ เช่น man(ผู้ชาย), Mother(แม่), boy(เด็กผู้ชาย), cow(วัว), box(กล่อง), passion(ความชอบ) เป็นต้น
  2. Proper Noun (คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ) คือ คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ชื่อน ชื่อสัตว์ ชื่อยี่ห้อสินค้า ชื่อสถานที่ เช่น John(จอห์น), Sony(โซนี่), Starbuck(ร้านสตาบัคส์), เป็นต้น
  3. Collective Noun (คำนามที่แสดงถึงกลุ่ม ก้อน) คือ คำนามที่แสดงถึงการเป็น กลุ่ม ก้อน พวก ของคน สัตว์ สิ่งของ เช่น Flock(ฝูง), Colony(กลุ่ม), เป็นต้น
  4. Abstract Noun (คำนามที่เป็นนามธรรม) เช่น Happiness (ความสุข), Beauty(ความสวย), Decision(การตัดสินใจ), Emptiness(ความว่างเปล่า), เป็นต้น
  5. Compound Noun (คำนามผสม) เกิดจากการประกอบคำนาม 2 คำขึ้นไป เช่น Noun + Noun = Wallpaper (วอลเปเปอร์) Noun + Verb = Waterfall(น้ำตก) เป็นต้น
  6. Concrete Noun (คำนามที่รับรู้ได้จากสัมผัสทั้ง5) เช่น การเห็น การได้ยิน การลิ้มรส การได้กลิ่น การสัมผัส ซึ่งตรงข้ามกับ Abstract Noun เช่น Table(โต๊ะ), Door(ประตู), เป็นต้น
  7. Mass Noun (คำนามมวลสาร) ซึ่งนับไม่ได้ เช่น Wood(ไม้), Gold(ทอง), Iron(เหล็ก) เป็นต้น