tense 12 สรุป tenses การใช้ tenses present simple tense คือ present continuous tense สรุป 12 tense จำง่าย เทคนิคการทำข้อสอบ tense สอน tense เข้าใจ ง่าย

tense 12 สรุป  เป็น 1 ในเรื่องที่หลายๆต่อหลายคนที่ทั้งตั้งใจที่จะเรียนภาษาอังกฤษให้เข้าใจเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต หรือบางคนที่ไม่ได้อยากจะเรียนเลยแม้แต่นิดเดียวแต่มันก็ดันมีในหลักสูตรแล้วอาจารย์ประจำรายวิชาก็เอาเรื่องนี้มาสอน พูดง่ายๆคือเราหนีมันไม่ได้ซักทางไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบ ดังนั้นเรื่อง tense นี้พวกเราทุกคนควรที่จะต้องเรียนรู้มันไว้ แล้วไอ้ tense ที่กล่าวมาข้างต้นนี่มันมีทั้งหมดกี่ตัวกันล่ะ? ก็ไม่มากไม่น้อยหรอกครับ รวมกันทั้งหมดเสร็จสรรพก็จะได้ 12 อัน แต่ละอันต่างก็ใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกกไป หลายคนอย่าพึ่งหมดสิ้นกำลังใจที่จะเรียนเรื่องนี้เลยนะครับ ที่จริงมันดูเหมือนจะยากแต่ที่จริงแล้วมันยากว่าที่พวกคุณคิดเยอะ(5555 ล้อเล่นนะครับ) ที่จริงมันก็ไม่ก็ไม่ได้มีอะไรยากไปกว่าความสามารถของคนๆหนึ่งจะทำได้หรอกครับ บางคนอาจจะไม่สนใจเพราะว่าพวกเขามีความเชื่อที่ว่าต่อให้เราพูดยังไงไป tense 12 สรุป อะไรไป ชาวต่างชาติหรือเจ้าของภาษาเขาก็เข้าใจสิ่งที่เราพูดไปอยู่แล้ว ซึ่งผมอยากจะพูดไว้ตรงนี้เลยว่า ถูกต้องครับ!! 5555 แต่ว่า(แต่ตัวใหญ่ๆไว้ในใจเลยนะครับ) อาจารย์ที่สอนเราท่านทั้งหลายไม่ได้คิดแบบนั้น และที่สำคัญถ้าเราใช้ tense 12 สรุปต่าง ๆ ให้ถูกต้องกับสถานการณ์กับชาวต่างชาติ นั่นจะทำให้เราดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายตาของเจ้าของภาษาขึ้นมาอีกมากมาย พูดง่ายๆคือมันจะยกระดับการใช้ภาษาอังกฤษในตัวเราไปอีกขั้นหนึ่งเลย เอาเป็นว่าเรียนไว้เพื่อใช้ในการเรียนแบบจริงจังหรือเอาไว้ใช้เท่ๆ คูลๆ ก็ได้ครับ คํานาม ภาษาอังกฤษ

tense 12 สรุป อย่างง่ายให้เข้าใจ โครงสร้าง 12 tense โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ

เรามาเริ่มทำความเข้าใจในเรื่อง โครงสร้างของ tense กันก่อนเลย

วิธีง่ายๆที่จะทำให้เราจำเรื่อง tense ทั้งหมดได้เนี่ย คือเราต้องจำเป็นส่วนๆ ซึ่ง tense จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน นั่นก็คือ ส่วนที่ 1 ส่วนของ “ภาพ”ซึ่งส่วนนี้แบ่งเป็น 4 ส่วน มี 1.simple 2. Continuous 3. Perfect 4. Perfect Continuous (เป็นการรวมร่างของ perfect กับ continuous) และส่วนที่ 2 ส่วนของ”กาลเวลา” ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง อดีต(past) ปัจจุบัน(present) อนาคต(future) ซึ่งถ้านำทั้ง 2 ส่วน มารวมกัน เราก็จะได้ 4*3 =12 เป๊ะๆ

ต่อมาเราจะมาเรียนรู้โครงสร้างของทั้ง 2 ส่วนนี้ก่อนเลย

ภาพทั้ง 4

  1. Simple = v.pure คือ verb ตัวเดียว (ยกเว้น future simple ที่นำ will เข้ามาช่วย)
  2. Continuous = verb to be + ving (verb ที่เติม ing)
  3. Perfect = verb to have + v.3 (verb ช่องที่ 3)
  4. Perfect Continuous = verb to have + been + v.ing (การรวมกันของ Perfect กับ Continuous)

กาลเวลาทั้ง 3

1.Present = ให้ห่วงเรื่องเติม s ในประโยคไหม แต่ถ้า เป็น verb to be หรือ verb to have ให้ห่วงว่า verb to be จะเป็น is, am หรือ are และ verb to have จะใช้ have หรือ has ขึ้นอยู่กับประธาน ถ้ามีประธานแค่ 1 ให้เติม s หรือเปลี่ยน verb to be เป็น is หรือ verb to have เป็น has

2.Past = ให้ห่วงเรื่องการผัดเป็นช่องที่ 2

3.Future = ให้เติม will

credit https://pieceofenglish.com/